ย้อนกลับ
Excess และ Deductible ค่าเสียหายส่วนแรกที่คนทำประกันรถต้องรู้

Excess และ Deductible ค่าเสียหายส่วนแรกที่คนทำประกันรถต้องรู้

        Excess และ Deductible ทั้ง 2 คำนี้เรียกเป็นภาษาไทยว่าค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน ว่าแต่มันคืออะไร แล้วเหมือนหรือต่างกันตรงไหน วันนี้ DriveDee มีความรู้ดีๆมาบอก จะได้ไม่ต้องเจอศัพท์ประกันตามหลอกหลอนจนเบลอ รับรองได้ว่าเข้าเคลมหรือจะเลือกซื้อประกันที่ไหนก็คุยกับใครก็รู้เรื่องแน่นอน

Deductible คืออะไรสำคัญแค่ไหน?

        สำคัญมากเว่อร์ เพราะ Deductible นี่แหละจะช่วยให้เพื่อนๆ ประหยัดค่าเบี้ยประกันรถได้! น่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมหละ งั้นมารู้จัก Deductible กันก่อนเลย ให้พูดง่ายๆ Deductible ก็คือค่าใช้จ่ายที่ ผู้เอาประกัน สมัครใจจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าซ่อม หรือค่าเสียหายเองบางส่วน ตามจำนวนที่ได้ตกลงไว้กับบริษัทประกันตอนซื้อกรมธรรม์ ซึ่งจะต้องจ่ายในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด และย้ำกันอีกทีว่าแค่เฉพาะส่วนที่ตกลงไว้เท่านั้น ส่วนที่เหลือบริษัทประกันรถยนต์จะเป็นฝ่ายดูแลเหมือนปกติ ซึ่งการเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible นี่แหละ ที่จำถูกนำไปคิดเป็นส่วนลดค่าเบี้ยให้กับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะถ้าเพื่อนๆ คนไหนเป็นคนที่ขับรถดี มั่นใจว่าถึงมีอุบัติเหตุก็เป็นฝ่ายถูก การเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือ Deductible จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่สนใจหรือว่าไม่มั่นใจก็ควรจะรู้จักเอาไว้เพราะว่าบางครั้งประกันรถที่ราคาถูกกว่าคู่แข่งมากๆ มักซ่อนค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible เอาไว้ในรายละเอียด แต่อาจจะไม่ได้บอกลูกค้า มารู้ตัวอีกทีก็ตอนเคลมไม่คุ้มกันนะ เพราะฉะนั้นอ่านรายละเอียดดีๆ แต่เรื่องแบบนี้บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุด เดี๋ยวนี้ทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี เปรียบเทียบดูแค่ราคาไม่พอแล้วควรเลือกเจ้าที่ไว้ใจได้และนายหน้าประกันภัยที่น่าเชื่อถือได้รับการรับรองจากคปภ.ด้วยนะ

        ยกตัวอย่าง เช่น คุณได้ตกลงกับบริษัทประกันรถยนต์ไว้ว่า จะเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเป็นจำนวน 3,000 บาท คุณก็จะจ่ายเบี้ยประกันรถที่ถูกลง ถ้าอยากรู้ว่าเหลือเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่าไหร่หละก็ เช็คเบี้ยกับ DriveDee ได้เลย แต่เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยที่คุณเป็นฝ่ายผิด ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนั้นมีค่าเสียหายทั้งหมด 10,000 บาท คุณต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายเอง 3,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,000 บาท บริษัทประกันภัยรถยนต์จะเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด ส่วนจะเลือกระบุค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible หรือไม่นั้นคงต้องแล้วแต่ความจำเป็นของเพื่อนๆและสไตล์การขับขี่แล้วหละ แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแล้วราคาจะลดไปแค่ไหน ประกันรถยนต์รอบหน้าจะเบี้ยเท่าไรก็มาเช็คเบี้ยประกันราคาดีกับ DriveDee คลิกเลย!

เช็คเบี้ยประกันรถ

 

แล้ว Excess คืออะไร?

        Excess ก็มีชื่อว่าค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกันกับ Deductible นั่นแหละ แต่ว่าไม่เหมือนกัน เพราะ Deductible ที่เราเพิ่งรู้จักกันไปผู้เอาประกันทำด้วยความสมัครใจเพื่อรับส่วนลดค่าเบี้ยประกัน แต่! Excess เป็นค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับตามกำหนดของคปภ. ซึ่งเป็นข้อกำหนดมาตรฐานที่มีอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับ และที่สำคัญค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess นี้ไม่สามารถนำมาใช้ลดค่าเบี้ยประกันได้ด้วย

        สำหรับใครเคยนำรถไปเคลมแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งว่า “รถคุณพี่มีค่า Excess ต้องจ่ายก่อนเคลมนะคะ” คราวนี้ก็จะได้ไม่ต้องงงแล้วนะ เพราะมันก็คือค่าเสียหายส่วนแรกนั่นเอง ต่อให้จะทำประกันชั้น 1 ก็ต้องจ่ายค่า Excess เช่นกัน เพราะฉะนั้นก่อนจะทำประกันชั้น 1 ก็ควรที่จะรู้ว่าประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเงินมากโดยใช่เหตุ เพราะประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดไม่ใช่ความคุ้มครองมากสุด แต่ต้องมีความคุ้มครองที่เหมาะกับรถของเรานะ

        สำหรับกรณีที่ต้องจ่าย Excess คือกรณีเกิดเหตุขึ้นโดยไม่มีคู่กรณี หรือเรียกว่าเคลมแห้งนั่นเอง  โดยอัตราค่าเสียหายส่วนแรก แบบ Excess ที่ คปภ. กำหนดเอาไว้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่จาก 2,000 บาท มาเป็น 1,000 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552  เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆคนไหนที่ทนเห็นริ้วรอยบนรถไม่ค่อยได้ เห็นแล้วต้องใจสลายทุกที จนต้องเคลมรอบคันก็อย่าลืมเตรียมค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess กันไว้ด้วยนะ ต้องจ่ายแน่นอน เพราะถือว่าเป็นเคลมแห้งแบบไม่มีคู่กรณียังไงหละ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเสียค่า Excess ชนอะไรตอนไหนก็แจ้งไปเลย อย่ารวบรวมเก็บร่องรอยไว้แจ้งทีเดียวตอนทนไม่ไหว ที่สำคัญอย่าลืมว่าเคลมบ่อยๆ อดได้ส่วนลดค่าเบี้ยในปีถัดไปด้วยน้า

สำหรับกรณีที่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess ก็มีดังนี้

  • รถถูกขีดข่วน หรือถูกกลั่นแกล้ง
  • หินหรือวัสดุอื่นๆกระเด็นใส่
  • เฉี่ยวกิ่งไม้ สายไฟ หรือลวดหนาม
  • รถตกหลุม หรือครูดพื้นถนน
  • เหยียบตะปู วัสดุมีคม หรือยางฉีก
  • รถถูกละอองสี หรือมีวัสดุใดหล่นมาโดน
  • กระจกรถแตก
  • ไถลตกข้างทางแต่ไม่พลิกคว่ำ
  • ถูกวัสดุในตัวรถกระแทกหรือกรีดโดน
  • ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม
  • รถถูกสัตว์กัดแทะหรือขีดข่วน
  • กรณีอื่นๆ ที่แจ้งสาเหตุไม่ชัดเจน

         ทีนี้เลิกงงกันแล้วใช่ไหมล่ะกับเรื่องค่าเสียหายส่วนแรกทั้งสองแบบ  ที่ DriveDee ตั้งใจเลือกมานำเสนอเพื่อนๆในครั้งนี้  เราตั้งใจจะมอบข้อมูลและเรื่องที่มีประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ผู้ทำประกันรถยนต์ทุกคนด้วยความเต็มใจ ถ้าอ่านแล้วถูกใจ ประกันรถก็ใกล้หมด ยังไม่รู้จะทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี ก็เช็คเบี้ยราคาดีกับเราก่อนได้เลย หรือถ้าเพื่อนๆอยากจะสอบถามข้อมูลประกันรถยนต์ ติดตามข่าวสารของ DriveDee และโปรโมชั่นดีๆ ทุกเดือน ก็เข้ามาได้ที่เว็บไซต์ DriveDee หรือเป็นเพื่อนกันไว้กดไลค์แฟนเพจ DriveDee

เช็คเบี้ยประกันรถ

ซื้อประกันรถออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ