ย้อนกลับ
เที่ยวภูเขากับ 7 สถานที่ขับรถขึ้นเขาแบบลุย ๆ ที่สาย Off Road พลาดไม่ได้!

เที่ยวภูเขากับ 7 สถานที่ขับรถขึ้นเขาแบบลุย ๆ ที่สาย Off Road พลาดไม่ได้!

ขับรถขึ้นเขา

             ใกล้วันหยุดแบบนี้…เพื่อน ๆ ที่รักการเดินทาง และชอบขับรถขึ้นเขาต้องห้ามพลาดกับเส้นทางเที่ยวภูเขาที่สายลุยต้องขับรถขึ้นเขาไปลองกันสักครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นเส้นทางเที่ยวภูเขาที่ท้าทายความสามารถของสาย Off Road แล้ว สายลุยยังได้สัมผัสกับธรรมชาติสวย ๆ ระหว่างสองข้างทาง แถมยังได้ซึมซับบรรยากาศดี ๆ ระหว่างขับรถขึ้นเขาอีกด้วย

             วันนี้ DriveDee ขออาสาเป็นไกด์นำทางพาเพื่อน ๆ ที่ชอบเที่ยวภูเขาไปรู้จักกับเส้นทางขับรถขึ้นเขาสุดโหด รับรองได้เลยว่าสายลุยที่ชอบเที่ยวภูเขา และชอบขับรถขึ้นเขา จะต้องอยากพากระบะคู่ใจบึ่งรถขึ้นไปชมวิวสวย ๆ บนยอดเขาตอนนี้แน่นอน

เตรียมตัวก่อนขับรถขึ้นเขาอย่างไรให้ปลอดภัย

             จะขับรถขึ้นเขาทั้งที อย่าพึ่งใจร้อน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก่อนออกเดินทาง คือการตรวจเช็คสภาพรถ ก่อนขับรถขึ้นเขา นอกจากการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้การเดินทางตลอดทั้งทริปไม่มีสะดุดแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และทำให้เพื่อน ๆ อุ่นใจตลอดทั้งการเดินทางอีกด้วยนะ งั้นเรามาดูกันเลยก่อนว่าขับรถขึ้นเขา ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

  • เตรียมรถให้พร้อม

             ก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรเช็คสภาพรถทั้งภายนอก และภายใน โดยเฉพาะไฟหน้า ไฟท้าย ไฟสูง ไฟเบรก ไฟฉุกเฉิน และระบบระบายความร้อนภายในตัวรถ รวมถึงน้ำมันเครื่อง และยางรถยนต์ที่เป็นหัวใจของความปลอดภัย เพื่อน ๆ ควรตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางไม่ว่าจะในช่วงกลางวัน หรือกลางคืน

  • รู้จักเส้นทางให้ทะลุปรุโปร่ง

             การขับรถขึ้นเขา นักขับที่ดีอย่างเพื่อน ๆ ต้องรู้จักสภาพเส้นทางก่อนว่า ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเส้นทาง หรือความสูงชั้นของเขา การศึกษาเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้เพื่อน ๆ ประเมินสถานการณ์ในการขับรถเที่ยวภูเขาได้ดีกว่า

  • รู้จักรถของตัวเอง

             จะขับรถขึ้น-ลงเขาให้ปลอดภัย เพื่อน ๆ ต้องรู้จักรถของตัวเองให้ดีก่อน รู้ว่ารถของเพื่อน ๆ มีความสามารถในการขับขึ้น-ลงเขาได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องขับรถขึ้นเขา คือ รอบแรงบิดสูงสุด และการตอบสนองของเกียร์ โดยเฉพาะรถเกียร์ออโต้ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ต่อประกันรถยนตร์ป้องกันความเสี่ยง

             การขับรถเที่ยวภูเขาให้สนุกและปลอดภัย นอกจากเพื่อนร่วมทางที่ไปด้วยกันแล้ว ความพร้อมของรถยนต์ และการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วยการต่อประกันรถยนต์ดี ๆ ให้พร้อมถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่สาย Off Road ไม่ควรมองข้าม เช็คเบี้ยเลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

1. เที่ยวภูเขาระเบิดความมันกับ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ 

เที่ยวภูเขากับภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

        มาเริ่มต้นกันที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง “ภูทับเบิก” หนึ่งในเส้นทางปราบเซียนที่เพื่อน ๆ สาย Off Road ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากภูทับเบิกจะเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเพชรบูรณ์แล้ว ลักษณะเส้นทางของภูเขายังเป็นที่ราบสูง มีความคดเคี้ยว และสูงชัน รับรองได้เลยว่านอกจากจะได้ขับรถขึ้นเขาแบบท้ายทายความสามารถแล้ว เพื่อน ๆ ยังได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ แถมยังได้สัมผัสกับบรรยากาศทะเลหมอกที่สวยงามของภูทับเบิกอีกด้วย ลุยโลด

2. เที่ยวภูเขาให้สนุก ลุยให้สุดกับเขารามโรม จ.นครศรีธรรมราช 

เที่ยวภูเขากับเขารามโรม จ.นครศรีธรรมราช

        หากจะนึกถึงภูเขาในภาคใต้ ก็คงหนีไม่พ้น “เขารามโรม” จังหวัดนครศรีธรรมราชที่สาย Off Road ต้องลองไปลุยกันสักครั้ง รับรองว่าได้ลุยแบบเต็มสูบกันเลยทีเดียว เพราะลักษณะเขามีความสลับซับซ้อน เส้นทางขึ้นเขาค่อนข้างแคบ และมีความชัน นอกจากนั้นยังเป็นป่าดิบเขาที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ และมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เขารามโรมจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวภูเขาที่เพื่อน ๆ สายรักธรรมชาติต้องไปสักครั้งในชีวิต

3. เที่ยวภูเขาให้ฟินแบบลาลาลอยกับ ถนนลอยฟ้า จ.น่าน

เที่ยวภูเขากับถนนลอยฟ้า จ.น่าน

        สำหรับเพื่อน ๆ สายลุยที่หลงรักธรรมชาติ และต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ แนะนำให้ลองขับรถขึ้นเขากับเส้นทางถนนลอยฟ้า จังหวัดน่านสักครั้ง รับรองได้เลยว่าฟินหมอก จนต้องลาลาลอยกันเลยทีเดียว เพราะนอกจากลักษณะเส้นทางที่คดเคี้ยวไปมาแล้ว วิวทั้งสองข้างทางของถนนลอยฟ้ายังเป็นทุ่งหญ้าสลับกับนาข้าวเขียวขจีอีกด้วย หากเพื่อน ๆ ขับรถขึ้นมาในช่วงเช้าจะได้สัมผัสกับเมฆหมอกผ่านหน้าแบบใกล้ชิด ให้บรรยากาศเหมือนลอยอยู่บนฟ้า บรรยากาศสดชื่นแบบสุด ๆ ไปเลยล่ะ

4. เที่ยวภูเขาให้ฉ่ำหมอก ต้องแอ่วดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 

เที่ยวภูเขากับดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

        ช่วงนี้ถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่รู้จะไปเที่ยวภูเขาที่ไหนดี? ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งช้อยส์ที่น่าสนใจนะเพื่อน  ๆ นอกจากได้ชื่อว่าเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีป่าข้างทางที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ พร้อมให้เพื่อน ๆ ได้ผจญภัยกับเส้นทางขึ้นภูเขาที่สูงชัน หากไปเที่ยวในช่องปลายปี อาจได้สัมผัสกับเมฆหมอก และอากาศที่หนาวเย็นจนเกิดน้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้งได้ รับรองได้เลยว่าไปแอ่วไม่เสียเที่ยวแน่นอนเจ้า

5. ตะลุยโค้งเที่ยวภูเขา กับจุดชมวิวดอยกิ่วลม เชียงใหม่ 

        สาย Off Road ที่ชอบความท้าทาย และต้องการประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการขับรถขึ้นเขา ต้องที่นี่เลยเส้นทางเที่ยวภูเขา จุดชมวิวดอยกิ่วลม นับเป็นเส้นทางขับรถเที่ยวภูเขาที่มีโค้งมากที่่สุดในไทยก็ว่าได้ นอกจากเพื่อน ๆ จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้ว วิวด้านบนของดอยกิ่วลมยังสามารถมองเห็นเส้นทางคดเคี้ยวก่อนขึ้นเขาต่อไปยัง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อีกด้วย ยิ่งช่วงหน้าฝนแบบนี้ บอกได้เลยว่าอากาศข้างบนดีสุด ๆ ไปเลยล่ะ

6. เที่ยวภูเขา เพลินตาทุ่งบัวตอง จ.แม่ฮ่องสอน

เที่ยวภูเขากับถนนในวนอุทยานทุ่งบัวตอง จ.แม่ฮ่องสอน

        อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของแม่ฮ่องสอนที่สาย Off Road ต้องขับรถขึ้นเขาไปเที่ยวให้ได้ นั่นคือเส้นทางเที่ยวภูเขาซึ่งเป็นถนนในวนอุทยานทุ่งบัวตอง ในช่วงระหว่างขับรถเที่ยวภูเขาเพื่อน ๆ สามารถแวะข้างทางเพื่อชมธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวข้างทางได้ หากเพื่อน ๆ เดินทางในช่วงปลายปี ทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอจะบานสะพรั่ง สีเหลืองอร่ามไปทั่วขุนเขา โดย 1 ปี จะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ใครที่อยากเห็นดอกบัวตองสีเหลืองสดใสกับตาต้องหาเวลาว่างไปเที่ยวทุ่งบัวตองแล้วล่ะ รับรองไม่ผิวหวังชัวร์

7. เที่ยวภูเขาสุดแอดเวนเจอร์ ที่เขากระโจม จ.ราชบุรี

        ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่จุดชมวิวเขากระโจม ที่สามารถมองเห็นทั้งฝั่งไทย และฝั่งเพื่อนบ้าน อย่างพม่า นอกจากนี้ยังมีไม้ป่านานาชาติ มาพร้อมออฟชั่นเสริม อย่างอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิหนาวเย็นทั้งปี เหมาะ สำหรับเพื่อนที่ชื่นชอบธรรมชาติป่าเขา และรักการผจญภัย

        ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่จะเกิดทะเลหมอกมากที่สุด การขึ้นไปที่เขากระโจมต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อขึ้นเท่านั้น ถูกใจสาย Off Road แน่นอน เนื่องเพราะเส้นทางขึ้นเขากระโจมนั้นสูงชัน และสมบุกสมบันพอสมควร บางช่วงยังต้องลุยน้ำที่สูงถึงครึ่งคันรถกันเลยทีเดียว

        เป็นอย่างไรกันบ้างกับเส้นทางเที่ยวภูเขาทั้ง 7 ที่ Drive Dee เอามาฝากเพื่อน ๆ นอกจากการขับรถเที่ยวภูเขาจะต้องใช้ความชำนาญ และความสามารถในการขับขี่แล้ว  การเดินทางไปยังจุดหมายที่เราตั้งเป้าไว้ได้สำเร็จ ยังทำให้บรรลุเป้าหมายแถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกด้วยนะ

        ที่สำคัญก่อนไปลุยทุกครั้ง อย่าลืมเช็คสภาพรถและต่อประกันรถยนต์ให้พร้อม เพราะนอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราอุ่นใจไร้กังวลตลอดทั้งทริปการเดินทางอีกด้วย เช็คเบี้ยเลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

แหล่งข้อมูล

http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=4059

http://travel.trueid.net/detail/G1p2MXr0EYg

https://www.thetrippacker.com/th/review/เขากระโจมKhaoKrachom/9688

https://www.wongnai.com/trips/3-days-2-nights-trip-pua-nan

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ