ย้อนกลับ
7 พิกัดทะเลหมอกทั่วไทย สัมผัสธรรมชาติแห่งขุนเขา โอบกอดลมหนาวแห่งพงไพร

7 พิกัดทะเลหมอกทั่วไทย สัมผัสธรรมชาติแห่งขุนเขา โอบกอดลมหนาวแห่งพงไพร

        ถ้าจะให้คิดถึงดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์ของสายหมอก สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาลที่ใคร ๆ หลายคนต่างก็อยากไปสัมผัส คงหนีไม่พ้นทะเลหมอกบนยอดเขา แหล่งโอโซนธรรมชาติชั้นดี ที่ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น ชมความสวยงามของทะเลหมอกบนยอดเขา ต้องรีบเตรียมตัวเก็บกระเป๋ากันให้พร้อมตั้งแต่ตอนนี้แล้วล่ะ

        เพราะวันนี้ DriveDee มีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายรักธรรมชาติมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ฟินกันแบบเต็มอิ่มแบบไม่มีเบื่อไปกับสถานที่ท่องเที่ยวทะเลหมอกในประเทศไทย รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปแล้ว ทริปนี้ไม่มีผิดหวังแน่นอน แต่จะมีที่ไหนบ้าง ตาม DriveDee ไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย

เตรียมร่างกายให้ฟิตก่อนพิชิตทะเลหมอก

        จะขึ้นเขาไปดูทะเลหมอกทั้งที…ถ้าไม่อยากหนาวจนขาสั่น ต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนออกผจญภัยนะจ๊ะ เพราะการเตรียมร่างกายให้ฟิตก่อนขึ้นเขาจะช่วยเซฟร่างกายของเพื่อน ๆ ให้แข็งแรงเมื่อเจอกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นสุดขั้วบนยอดเขาอีกด้วยล่ะ

        สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่เดินทางด้วยรถยนตร์ส่วนตัวก็อย่าลืมเช็คสภาพรถยนต์และทำประกันรถก่อนขับรถขึ้นเขากันด้วยนะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างทาง และเพื่อความปลอดภัยของคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยนะเออ ลองเช็คเบี้ยง่าย ๆ ก่อนสิ คลิกเลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

  • เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกทริป

สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้เลย เพื่อน ๆ ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการเหนื่อยหอบ และหายใจไม่ทันระหว่างเดินขึ้นเขา หากเตรียมร่างกายมาไม่ดีอาจทำให้เหนื่อยล้าไปซะก่อน มีหวังไปไม่ถึงจุดชมทะเลหมอกแบบนี้เสียดายแย่เลยล่ะ

  • พกเสื้อกันหนาวตัวโปรดเอาไว้อุ่นใจมากกว่า

ก่อนขึ้นเขาอย่าลืมพกเสื้อกันหนาวใส่กระเป๋าไปด้วยนะ เพราะอุณหภูมิที่ต่ำลงเรื่อย ๆ บนยอดเขา อาจทำให้ร่างกายของเพื่อน ๆ สัมผัสกับไอหมอกจนทำให้ตัวชื้นได้เหมือนกัน ถ้าจะให้ดีควรพกเสื้อกันหนาวหรือเสื้อกันลมแบบผ้าร่มติดตัวไปด้วย เพราะลมแรง ๆ บนยอดเขาอาจเย็นจนทำให้เพื่อน ๆ สั่นไปทั้งตัวเลยก็ได้

เตรียมตัวเตรียมใจกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องออกไป สัมผัสธรรมชาติแห่งขุนเขา โอบกอดลมหนาวแห่งพงไพรกันสักที ออกไปลุยกันเลย


1. เที่ยวทะเลหมอกบนยอดเขาสูงเสียดฟ้ากับ ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย 

เที่ยวทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

        ประเดิมกันที่แรกด้วยทะเลหมอกที่หลาย ๆ คนยกให้เป็น The best ของสถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ คงหนีไม่พ้น ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย” ที่สายรักธรรมชาติต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเป็นธรรมชาติทั้งวิวทิวทัศน์ของภูเขาน้อยใหญ่ที่สลับกันไปมาสุดลูกหูลูกตาแล้ว ภูชี้ฟ้ายังมีกลิ่นไอของทะเลหมอกให้เพื่อน ๆ ได้มาสัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นในตอนเช้า ๆ ได้อีกด้วยล่ะ

        รับรองได้เลยว่าใครได้มาสัมผัสของจริง ต้องร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าฟินนนนน! แต๊ๆ จนต้องอยากกลับมาแอ่วเหนืออีกแน่นอนเจ้า

2. มนตร์เสน่ห์หน้าหนาวเที่ยวทะเลหมอก แอ่วดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่

เที่ยวทะเลหมอกบนดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่

        มาเที่ยวครั้งเดียวต้องไปให้คุ้ม! สายลุยรักธรรมชาติ อยากท้าลมหนาวต้องไม่พลาดที่นี่ “ดอยอ่างขาง” จุดเช็คอินชมวิวทะเลหมอกที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากเห็นเมฆหมอก ลอยผ่านหน้าแบบใกล้ชิด เผลอ ๆ เพื่อน ๆ ที่ไปในช่วงปลายปีอาจได้เห็นแม่คะนิ้งด้วยนะ

3. เที่ยวทะเลหมอก ใกล้ชิดธรรมชาติบนยอดเขาที่ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ 

เที่ยวทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่

        อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่มีความสวยงามติดอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่จุดชมวิวบนยอดดอย ที่สามารถมองเห็นสายหมอกที่อบอวลบนห้วยน้ำดัง สำหรับใครที่นอนค้างคืนกางเต้นท์บนเขา สามารถนอนดูดาวในตอนกลางคืน และชมความสวยงามของทะเลหมอกในช่วงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกด้วย บอกได้เลยว่างานนี้มีฟินแน่นอน

4. แอ่วเหนือเบาเบาเที่ยวทะเลหมอกม่วนใจ๋ที่ ดอยเสมอดาว จ.น่าน 

เที่ยวทะเลหมอกม่วนใจ๋ที่ ดอยเสมอดาว จ.น่าน

        ขยับลงมาอีกนิดกับดอยสูงสมชื่อ “ดอยเสมอดาว” นอกจากจะเป็นจุดชมวิวยอดฮิตที่เหมาะกับการ backpack มาเที่ยวกับแก๊งเพื่อน และนอนกางเต้นท์ดูดาวตอนกลางคืนแล้ว ยังเป็นจุดที่เหมาะกับการชมแสงแรกและแสงสุดท้ายของวันอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชมทะเลหมอกในตอนเช้าที่สวยงามที่สุดในจังหวัดน่านเลยก็ว่าได้

5. เที่ยวทะเลหมอก สัมผัสกลิ่นไอของขุนเขาที่ ภูลังกา จ.พะเยา 

เที่ยวทะเลหมอกสัมผัสกลิ่นไอของขุนเขาที่ภูลังกา จ.พะเยา

        สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากสัมผัสธรรมชาติ ท้าลมหนาว และชมเสน่ห์ของทะเลหมอกแบบใกล้ชิด ต้องมาที่นี่เลย ใคร ๆ ต่างก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในจังหวัดพะเยา ยิ่งถ้าเพื่อน ๆ มาในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะทำให้มองเห็นไอหมอก และเส้นของทะเลหมอกชัดมากขึ้น อย่ารอช้า! รีบปักหมุดแล้ววางแผนมากันได้เลย


6. เที่ยวทะเลหมอกอันดามัน ที่เขาไข่นุ้ย จ.พังงา 

เที่ยวทะเลหมอก อันดามัน ที่เขาไข่นุ้ย จ.พังงา

        เพื่อน ๆ ที่ไม่สะดวกขับรถขึ้นเหนือ แต่อยากเห็นความสวยงามของทะเลหมอก รู้ยัง! ว่าไม่ต้องเดินทางไปสุดแคว้นแดนสยามแล้วนะ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวชมทะเลหมอกทางภาคใต้  ก็มีทะเลหมอกที่สวยงามรอให้ชมอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเขาไข่นุ้ย ที่มีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน

7. เที่ยวทะเลหมอก สัมผัสความสงบของธรรมชาติที่ ภูทอก จ.เลย

เที่ยวทะเลหมอกสัมผัสความสงบที่ภูทอก จ.เลย

        ถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเชียงคานเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถมองเห็นทั้งทะเลหมอก วิวเมืองเชียงคาน และวิวทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อน ๆ ที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศออกไปสัมผัสธรรมชาติของทะเลหมอกภาคอีสาน “จุดชมวิวภูทอก จังหวัดเลย” จะทำให้เพื่อน ๆ หลงรักในความสวยงามของทะเลหมอกแบบใกล้ชิด ยิ่งถ้าได้มองวิวทะเลหมอกสีขาวในระยะไกลตัดกับแสงสีส้มก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้า ยิ่งทำให้รู้สึกหลงรักที่นี่มากขึ้นไปอีก ได้ยินแบบนี้แล้วยังจะรอช้าอีกเหรอ รีบไปเลยรับรองไม่ผิดหวังชัวร์

        เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อน ๆ กับ 7 พิกัด ปักหมุดรับลมหนาวชมทะเลหมอก ที่ DriveDee เอามาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันในวันนี้ นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ จะเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนชีวิตแถมยังเหมือนได้ชาร์จพลังให้กับตัวเองแล้ว ยังทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในทุก ๆ ทริปที่ออกเดินทางอีกด้วย สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่เดินทางบ่อยด้วยรถคันโปรดคู่ใจก็อย่าลืมเช็คสภาพรถ และต่อประกันรถยนต์ให้อุ่นใจก่อนเดินทางทุกครั้งด้วยนะ เช็คเบี้ยได้ง่าย ๆ คลิกเลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

แหล่งข้อมูล

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/1400257

http://travel.trueid.net/detail/mbzbROEEvam

https://www.sanook.com/travel/1412837/

https://travel.kapook.com/view113583.html

https://www.paiduaykan.com/travel/ที่เที่ยวพะเยา

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ