ย้อนกลับ
6 วิธีดูแลรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่อมน้อย ใช้รถได้ยาวๆ

6 วิธีดูแลรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่อมน้อย ใช้รถได้ยาวๆ

        รถยนต์ก็เหมือนคนข้างๆ เคียงข้างเพื่อนๆไปทุกเส้นทาง เพราะฉะนั้นจะใช้อย่างเดียวไม่ดูแลรถยนต์ก็จะอยู่กับเราได้ไม่นาน รักและคนข้างๆ ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆคนไหนไม่อยากซ่อมรถบ่อยๆหละก็ เรื่องการดูแลรักษารถยนต์ อย่ามองข้ามและเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญโดยเด็ดขาด ถ้าหากเพื่อนๆดูแลสภาพรถยนต์เป็นอย่างดี ก็จะเพิ่มอายุการใช้งานให้กับรถยนต์ของเราให้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำให้การตรวจสภาพรถก่อนต่อประกัน ไร้ปัญหาอีกด้วย การดูแลรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นรถคู่ใจคันใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสองขับสบายใจใช้งานเต็มที่ก็ต้องการการดูแลทั้งนั้น  เพียงเพื่อนๆรู้วิธีดูแลรถยนต์เบื้องต้นเท่านั้น ก็สามารถช่วยให้เพื่อนๆได้ประหยัดเงินในการซ่อมรถจุกจิก และยังประหยัดเวลาขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

1.เช็คความดันลมยาง

        เรื่องสำคัญพื้นฐานของการดูแลรถยนต์เลยนะ  คือต้องเช็คความดันลมยางทุกครั้งก่อนที่จะมีการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางไกล ๆการมีลมยางที่เหมาะสมกับรถของเพื่อนๆ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของเพื่อนๆ การปรับแรงดันของลมและล้อรถให้มีความสมดุลกัน  ก็จะทำให้การขับขี่ราบรื่นขึ้น ไม่เสี่ยงกับยางระเบิดระหว่างทาง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ ลมยางที่อ่อนจนเกินไปจะทำให้ขอบยางสึกหลอได้ง่าย และการมีลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้การขับขี่ประหยัดเชื้อเพลิงได้อีกด้วย ส่วนการเช็คลมยางก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าเอาง่ายสุดตามปั๊มน้ำมันใหญ่ๆจะมีเครื่องเติมลมยางอัตโนมัติอยู่แล้ว เพียงแค่เรากำหนดค่าแรงดันลมยางที่เครื่อง แล้วนำสายมาเสียบที่จุกเติมลมของล้อรถเรา รอจนเครื่องแจ้งว่าได้ลมยางตามที่เรากำหนดไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อย ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่ารถของเพื่อนควรมีค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าใดหละก็ ดูที่สติ๊กเกอร์เล็กๆ ข้างประตูคนขับได้เลย

2.หมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 

        การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ ไม่ควรมองข้าม เพราะเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์โดยตรง การใช้น้ำมันเครื่องที่หมดอายุหรือเสื่อมคุณภาพจากการใช้งานเกินกำหนด เป็นผลทำให้เครื่องยนต์สะดุด ติดขัด  หนักสุดอาจจะทำให้ดับไปเลยก็ได้  คงไม่ดีแน่ ๆหากเกิดขึ้นในยามคับขัน โดยสังเกตจากเหล็กวัดที่มีอยู่กับรถทุกคันนั่นเอง เพียงใช้จุ่มลงไปแล้วเช็คระดับน้ำมัน ดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรติดมากับคราบน้ำมันบนแท่งเหล็กหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าได้วาระการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันแล้วล่ะ นอกจากนี้ น้ำมันเครื่องยังมีอายุการใช้งานตามระยะทาง และระยะเวลาอีกด้วย  โดยแนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อรถวิ่งถึงระยะ 8,000 – 10,000 ก.ม. หรือทุกๆ 6 เดือน หรือหากเป็นรถที่ใช้งานหนักใช้งานบ่อย หรือติดแก๊สความร้อนจะสูง ก็สามารถเลือกเปลี่ยนที่ 5,000 กม. หรือทุกๆ 3 เดือนก็ได้ และอย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองพร้อมกับเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกครั้งด้วยหละจะได้ใช้น้ำมันเครื่องใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานให้กับรถยนต์

3.ตรวจเช็คที่ปัดน้ำฝนและยางปัดน้ำฝน 

การดูแลรถยนต์เกี่ยวกับการตรวจเช็คที่ปัดน้ำฝน

        ที่ปัดน้ำฝนและยางปัดน้ำฝน ก็เป็นอีกส่วนสำคัญในการดูแลรถยนต์ และยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่อีกด้วย ดังนั้นควรตรวจเช็คสภาพรถให้มั่นใจว่าที่ปัดน้ำฝนและยางปัดน้ำฝนของรถเรายังใช้การได้ดีอยู่เสมอ หากใบปัดเริ่มมีเสียง การใช้งานเริ่มสะดุด นี่คงเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่ายางปัดน้ำฝนกำลังจะหมดอายุเสียแล้ว ปกติแล้วยางปัดน้ำฝนจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี แต่ถ้าหากปัดแล้วยังมีคราบน้ำ มีน้ำเป็นเส้นยาวบนกระจก ปัดแล้วยังเห็นไม่ชัด DriveDee แนะนำเปลี่ยนเถอะ เพราะฝนฟ้าอากาศบ้านเราทุกวันนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย ยิ่งเดี๋ยวนี้หน้าฝนบ้านเราฝนค่อนข้างแรง  หากที่ปัดน้ำฝนใช้การได้ไม่ดี ก็จะทำให้วิสัยทัศน์แย่ไปด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เลยนะ และหากยังกังวลกับเรื่องอุบัติเหตุหละก็ที่ขาดไม่ได้เลยก็ต้องเป็นประกันรถยนต์ที่จะทำให้เพื่อนๆอุ่นใจทุกการเดินทาง เช็คเบี้ยเลย!

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

4.สังเกตเสียงเครื่องยนต์ 

        หมั่นคอยสังเกตรถยนต์คู่ใจอยู่เสมอ ว่ามีเสียงดัง หรือเครื่องสั่นผิดปกติรึเปล่า เพราะคงไม่มีใครรู้จักรถของเราดีเท่ากับตัวเรา เมื่อมีสิ่งชำรุดเกิดกับระบบเครื่องยนต์ ให้รีบจัดการอย่างถูกวิธี เช่นสายพาน ท่อยาง ไส้กรอง เป็นต้น ควรนำไปให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือรถ  เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ  
 

5.ทำความสะอาดรถยนต์

ทำความสะอาดรถเพื่อการดูแลรถยนต์ที่ดี

        การรักษาความสะอาดของรถอยู่เป็นประจำ เพื่อนๆสามารถทำเองได้ ทั้งภายในรถและภายนอกรถ ไม่ควรนำขยะ ของใช้ ตุ๊กตา ของประดับตกแต่งมาไว้ภายในรถมากจนเกินไป หากมีฝุ่นสะสมอยู่ภายในรถมากๆ ก็จะส่งผลให้การใช้งานของกรองแอร์และกรองอากาศมีอายุการใช้งานลดลง ส่วนภายนอกนั้นไม่ควรให้มีดินโคลน หรือคราบสกปรกติดกับล้อรถ ตัวถังเป็นเวลานาน ๆ เพราะทั้งหมดนี้จะทำให้รถเพื่อนๆดูเหมือนถังขยะเคลื่อนที่ อาจจะทำให้เบาะขึ้นรา เสื่อมสภาพก่อนกำหนด มีกลิ่นเหม็นอับ ตัวถังเกิดสนิม ล้อยางเสื่อมเร็ว เป็นต้น

6.ขับในความเร็วที่เหมาะสม 

        สุดท้ายคือ การขับขี่ที่รักษาอัตราความเร็วให้คงที่ นั่นคือไม่ควรขับเกิน 90 กม./ชั่วโมง ซึ่งจะสามารถช่วยลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้มากถึง 20% ไม่ผิดกฎหมายอีกด้วย พร้อมกันนั้นยังมีความปลอดภัยสูงทีเดียวนะ

         DriveDee หวังว่าเคล็ดลับวิธีดูแลรถยนต์ นี้จะเป็นประโยชน์และช่วยดูแลรถยนต์ของเพื่อนๆ ให้มีอายุการใช้งานได้นาน ซ่อมน้อย ปลอดภัยทั้งต่อเงินในกระเป๋า และชีวิต เพราะว่าทุกชีวิตบนท้องถนนนั้นสำคัญไม่เพียงคนขับรถเท่านั้น เพื่อนๆยังมีครอบครัว เพื่อนร่วมใช้รถใช้ถนนที่เขาก็มีภาระรับผิดชอบเหมือน ๆ กันกับเพื่อนๆ เราควรมีน้ำใจต่อกัน

         ก่อนการขับขี่และการต่อประกันรถทุกครั้ง ต้องตรวจรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ถ้าจะมองหาประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ราคาคุ้มค่าสำหรับคนขับรถดี ก็สามารถเช็คค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ DriveDeeที่รับรองโดยบริษัทโตเกียวมารีนและสัมผัสความเหนือชั้นของประกันรถยนต์ชั้น 1ประกัน 2+และ ประกัน 3+ได้เลย หรือโทรสอบถามฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ 02-306-9000

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ