ย้อนกลับ
“หลับใน” พฤติกรรมเสี่ยงที่คนขับรถทุกคนต้องเจอ ป้องกันได้อย่างไร

“หลับใน” พฤติกรรมเสี่ยงที่คนขับรถทุกคนต้องเจอ ป้องกันได้อย่างไร

        ในช่วงเทศกาลแบบนี้เชื่อว่าเพื่อนๆ คงเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด หรือไม่ก็อาจจะพาครอบครัวไปท่องเที่ยว แต่หลายคนมักมองข้ามเรื่องของภาวะอาการหลับใน เพราะคิดว่าสามารถควบคุมความง่วงที่เกิดขึ้นขณะขับรถทางไกลนาน ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วความง่วงสามารถจู่โจมแบบกระทันหัน (Sleep Attack) ทำให้หลับค้างกลางอากาศ หรือเกิดภาวะหลับในได้

        ภาวะหลับในไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นเพื่อนที่รู้ใจตลอดทุกการเดินทางอย่าง DriveDee จึงมีทริคดีๆ มาแนะนำให้เพื่อนๆ เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไร? อาการหลับในมีอะไรให้สังเกตุได้บ้าง? พร้อมไขข้อข้องใจได้พร้อมกันแล้ววันนี้ ไปดูกันเลย

สาเหตุของการหลับใน

1.สาเหตุการหลับในที่พบได้บ่อยที่สุด คือการอดนอน หรือนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง รวมถึงการมีโรคประจำตัว อาทิ นอนกรน หยุดหายใจในขณะหลับ และเมื่อไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ทำให้สมองส่วนธาลามัสหยุดทำงานชั่วคราว จนทำให้ร่างกายงีบหลับแบบไม่รู้ตัว

2.ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการง่วงนอน ขาดสติ รวมถึงอาการหลับใน ซึ่งนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

3.รับประทานยาบางชนิดที่มีผลทำให้เราง่วงนอน เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ กลุ่มยาคลายเครียดต่างๆ ซึ่งยาส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ภายใน 1 ชั่วโมง และฤทธิ์ยังคงอยู่อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง

4.รับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ อาจจะฟังดูตลกแต่เราขอบอกว่า “เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็ย่อน” นั้นคือเรื่องจริง เพราะเมื่ออาหารตกถึงท้อง ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กๆ พอปริมาณน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงจะทำร้ายร่างกายเราได้ ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาพปกติ เมื่ออินซูลินถูกหลั่งออกมาแล้วจะนำพาสารเซโรโทนิน และเมลาโทนินตามออกมาด้วย ทำให้เรามีอาการง่วงจัด จนหลับในได้นั่นเอง

        สาเหตุที่บอกมานั้นไม่ได้อยู่ไกลตัวเพื่อนๆเลย เพราะฉะนั้น นอกจากจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงสาเหตุเหล่านั้นแล้ว เพื่อความมั่นใจหากง่วงต้องแวะจอดพักทันที เพราะหาก “หลับใน” หละก็ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ถ้ากังวลเรื่องความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหละก็ อย่าลืมทำประกันรถยนต์กันด้วยหละ หากยังไม่มีหรือใกล้หมดก็เช็คเบี้ยเลย

เช็คเบี้ยประกันรถ

Checklist อาการ สัญญาณหลับใน

หาว ง่วง เสี่ยงต่ออาการหลับในขณะขับรถ

        สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นเพียงบางส่วนที่พบได้บ่อย และบ่งบอกว่ามีภาวะง่วงนอนขณะขับขี่ยานพาหนะ ถ้าเพื่อนๆ มีอาการตามเช็คลิสต์นี้ แสดงว่าอาจจะเข้าข่ายตกอยู่ในภาวะอาการหลับใน ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ยานพาหนะ เพราะฉะนั้น! เช็คด่วนเลยจ่ะพี่จ๋า

  • มีอาการหาวบ่อยขณะขับรถ
  • ใจลอย ไม่มีสมาธิในการขับรถ
  • มีอาการมึนหรือหนักศีรษะ
  • รู้สึกหนักที่หนังตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาปรือ
  • มองเห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพทุกอย่างรอบข้างเบลอๆ
  • ขับรถส่ายไปมา และออกนอกเส้นทาง
  • มองไม่เห็นไฟจราจร และ ป้ายจราจร
  • ขับจี้ติดรถคันหน้า หรือฝ่าไฟแดงโดยไม่รู้ตัว
  • ขับขี่ยานพาหนะออกนอกเส้นทางที่กำหนด
  • จำเหตุการณ์ขณะขับขี่ยานพาหนะในระยะทางภายในไม่กี่กิโลเมตรที่ผ่านมาไม่ได้

ป้องกันไม่ให้เกิดอาการหลับในได้อย่างไร

        อย่างไรก็ตามภาวะง่วงนอน รวมถึงอาการหลับในมักจะเกิดมากในสองช่วงเวลา จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ พบว่าช่วงเวลาที่พบการเกิดอุบัติเหตุจากภาวะหลับในได้บ่อยมีสองช่วงเวลา ได้แก่ ช่วง 24.00 น. ถึง 8.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และช่วง 13.00 น. ถึง 15.00 น. ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ จำเป็นต้องขับขี่ยานพาหนะในช่วงเวลาดังกล่าว ควรได้รับการนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอมาก่อน

  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 7 – 9 ชั่วโมงต่อวัน
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และของมึนเมาต่างๆ ก่อนการขับรถ รวมถึงไม่ดื่มระหว่างการขับรถ
  • ไม่ควรทานยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอนก่อนขับรถโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการขับขี่ลดลง
  • หากต้องขับรถทางไกลควรจะมีเพื่อนไปด้วย เพื่อสลับกันขับรถและสลับกันนอนพักผ่อนเอาแรงได้

มีเพื่อนไปด้วย ไม่มีอาการหลับในแน่นอน

เช็คเบี้ยประกันรถ

วิธีลดโอกาสเสี่ยงหลับในระหว่างขับรถ 

  • เช็ดหน้าด้วยผ้าเย็น หรือนำน้ำแข็งมาถูขมับก็ยิ่งทำให้สดชื่นมากขึ้น
  • ปิดแอร์แล้วเปิดกระจกรถ เพื่อให้อากาศถ่ายเท จะทำให้สดชื่น แถมลดโอกาสหลับใน
  • หาผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมากินแก้ง่วงในระหว่างขับรถ เพราะผลไม้รสเปรี้ยวนั้นจะช่วยกระตุ้นประสาทให้สดชื่นได้อย่างดีทีเดียว แต่ระวังอย่ากินเยอะนะ เดี๋ยวจะท้องเสียเอาได้
  • ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ น้ำหวาน หรืออาจจะอมน้ำน้ำแข็งเย็นๆ ก็ได้ เพราะจะช่วยทำให้สดชื่น และตื่นตัว
  • หากง่วงมากๆ จนทนไม่ไหวจริงๆ ก็ให้หาที่ปลอดภัยแล้วจอดรถนอนพักสัก 10 -15 นาที แล้วจึงค่อยเดินทางต่อ ไม่ควรฝืนเพราะอาจจะขับรถหลับในจนเกิดอุบัติเหตุได้
  • เพื่อไม่ให้ร่างกายเมื่อยล้าจนเกินไป ควรจอดพักรถทุกๆ 150 กิโลเมตร หรือทุกๆ 2 – 3 ชั่วโมง โดยอาจจะจอดพักที่ปั๊มก็ได้ เพราะจะได้เข้าห้องน้ำห้องท่า และหาของกินไปด้วยเลย

เตรียมตัวให้พร้อม จะได้ไม่หลับในขณะขับรถ

        ทั้งหมดเป็นข้อมูลควรรู้ในการขับรถทางไกลอย่างปลอดภัย เราขอย้ำว่า! อาการหลับในระหว่างขับรถถือว่าอันตรายมากๆ อย่ามองข้ามเป็นอันขาด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงกรานต์นี้ หรือวันหยุดยาวต่างๆ หากทุกคนช่วยกันระมัดระวัง และป้องกัน จะทำให้การเดินทางช่วงเทศกาลหยุดยาว ลดอุบัติเหตุ รวมถึงการสูญเสียบนท้องถนนได้เป็นอย่างมาก

        ที่สำคัญอย่าลืมหมั่นเช็คประกันภัยรถยนต์ของเพื่อนๆ ด้วยหล่ะ อย่าปล่อยให้ขาด ทำประกันชั้น 1 ได้ยิ่งดีเลย เพราะความประมาทมักมาตอนประกันหมด หยุดยาวนี้หากอยากขับขี่ปลอดภัยก็เคารพกฎจราจร และใส่ใจเพื่อนร่วมทางกันด้วยนะ จะได้กลายเป็นช่วงวันหยุดที่มีแต่รอยยิ้มแห่งความสุข

เช็คเบี้ยประกันรถ

แหล่งข้อมูล

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ