ย้อนกลับ
5 วิธีดูแลรถสำหรับคนจอดนาน

5 วิธีดูแลรถสำหรับคนจอดนาน

        สวัสดีเพื่อนๆ วันนี้ DriveDee ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์มีเรื่องราวดี ๆ มาเสนอ เพื่อนๆเช่นเคย สำหรับ เพื่อนๆที่มักจะใช้ขนส่งมวลชนในการเดินทางมากว่าการใช่รถส่วนตัวลองฟังทางนี้ อย่าเพิ่งคิดไปว่าหากเราไม่ใช้รถแล้วรถจะไม่มีการเสื่อมสภาพหรือไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลเท่าไร แต่ในความเป็นจริงนอกจากการเลือกทำประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับผู้ใช้รถน้อยอย่างประกันชั้น 2+ หรือ 3+ แล้ว ก็ต้องมีการดูแลรักษารถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานเช่นกัน วันนี้เรามาดูวิธีในการดูแลรถยนต์ที่จอดมากกว่าขับกันเลย

5 วิธีดูแลรถยนต์ของสายจอดมากกว่าขับ

สตาร์ทเครื่องยนต์อยู่เป็นประจำ

 

1. สตาร์ทเครื่องยนต์อยู่เป็นประจำ

        โดยแนะนำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ประมาณ 10 นาที หรือมากว่า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือหากทำได้ทุกวันก็จะดี เป็นการช่วยยืดอายุแบตเตอรีให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานและชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่บ้าง ป้องกันอาการสตาร์ทไม่ติดเวลาจะใช้งานนั่นเอง เป็นการดูแลรถจอดที่ดีวิธีหนึ่ง แต่แค่สตาร์ทยังไมเพียงพอ เพราะการสตาร์ทเครื่องยนต์แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ครอบคลุมถึงการทำงานของรถยนต์ทั้งหมด เพราะว่ารถยนต์นั้นจะได้ทำงานแค่เพียงส่วนที่เป็นเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ส่วนประกอบอื่น ๆ ไม่ได้มีการทำงาน อย่างนั้นแล้วก็ควรที่จะให้รถยนต์ของเพื่อนๆ นั้นได้ทำการวิ่งเป็นระยะทางสั้น ๆ เพื่อเป็นการให้ทุกระบบของรถได้ทำงานตามความเหมาะสมนั่นเอง

2. ตรวจเช็คลมยางและสภาพของยาง]

        เพราะเนื่องจากรถยนต์ไม่ได้ใช้งานบ่อยจะส่งผลโดยตรงกับยางที่ทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักทั้งหมดของรถเอาไว้ ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานแน่นอนว่าลมยางก็ต้องอ่อนบ้างเป็นธรรมดา แล้วการหมั่นตรวจเช็คลมยางเป็นหนึ่งสิ่งที่ เพื่อนๆไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง เพราะการปล่อยให้ลมยางอ่อนจะส่งผลต่อสภาพและโครงสร้างของยางที่เกิดขึ้นจากการกดทับของน้ำหนักรถ ซึ่งอาจทำให้ยางเสียรูปได้โดยเฉพาะหน้ายางที่ด้านที่สัมผัสกับพื้นอยู่ด้านเดียว สำหรับรถที่จอดนานเกิน 1 เดือน ควรจะนำไปออกวิ่งบ้าง เพื่อให้หน้ายางได้เปลี่ยนด้านที่สัมผัสกับพื้น อีกวิธีหนึ่งเพื่อป้องกันลมยางอ่อนมากจนเกินไป รถที่จอดเป็นเวลานาน ควรเติมลมยางมากกว่าปกติประมาณ 5-10 ปอนด์/ตารางนิ้ว

3. ตรวจดูความผิดปกติรอบ ๆ ตัวรถ

        รถยนต์ที่ไม่ได้เคลื่อนหรือขับไปไหนทุกวัน การหยุดนิ่งอยู่กับที่ก็อาจจะมีสิ่งผิดปกติต่าง ๆ เข้ามาวุ่นวายกับรถของเพื่อนๆก็เป็นได้ ซึ่งสามารถดูได้ทั้งในขณะที่ได้นำรถไปวิ่งว่ามีเสียงอะไรที่ดังอย่างผิดปกติหรือไม่ ไปจนถึงการดูความผิดปกติขณะจอดรถอย่างระดับความสูงของรถ สิ่งผิดปกติใต้ท้องรถหรือในเครื่องยนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า และถ้าหากว่าพบสิ่งผิดปกติก็ควรที่จะในไปให้ศูนย์ซ่อมที่เข้าร่วมกับบริษัทประกันรถยนต์ของเพื่อนๆเป็นผู้ดูแลแก้ไขให้

4. เลือกที่จอดให้ดี

        เพราะเมื่อรูปแบบการใช้รถของเพื่อนๆนั้นเป็นการจอดมากกว่าขับ อย่างนั้นแล้วก็แสดงว่ารถจะต้องจอดอยู่กับที่มากกว่าบนท้องถนน การเลือกที่จอดจึงสำคัญเป็นอย่างมาก โดยที่จอดรถที่ขอแนะนำเลยก็เห็นจะเป็นภายในบริเวณบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด มีหลังคาบังแดดฝน หรือเป็นลักษณะของโรงจอดรถส่วนตัวจะดีที่สุด หากมีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถนอกหลังคา ให้ล้างรถให้สะอาด แล้วจึงใช้ผ้าคลุมรถคลุมไว้เพื่อป้องกันฝุ่นหรือสิ่งอื่นๆที่จะมาทำลายสีของรถ

หมั่นตรวจเช็ดระบบของเหลว

5.หมั่นตรวจเช็ดระบบของเหลวต่างๆ

        ของรถยนต์อยู่เป็นประจำ อย่างเช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก ระบบหม้อน้ำ เป็นต้น เพราะเมื่อไม่ได้ใช้รถนานๆระบบต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะไม่ได้มีการหมุนเวียน โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องเพื่อนบางคนอาจจะสงสัยว่าเมื่อไม่ได้นำไปขับแล้วยังต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะทาง 5,000-10,000 กิโลเมตรอยู่รึเปล่า สำหรับรถที่จอดนั้น DriveDee ขอแนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 เดือนหรือตามตามที่คู่มือกำหนดนั่นเอง เพราะน้ำมันเครื่องก็มีวันหมดอายุและเสื่อมสภาพด้วยตัวเองได้ การตรวจสอบสภาพความพร้อมจะช่วยให้การทำงานของรถทำได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

        เป็นวิธีในการดูแลรถยนต์ที่ทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหมหละเพื่อนๆ แต่ถึงจะเป็นรถที่เน้นจอดมากกว่าขับ ก็อย่าลืมที่จะมีประกันรถยนต์ติดเอาไว้ วันนี้ DriveDee จะขอแนะนำประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถที่จอดมากกว่าขับอย่างประกันชั้น 2+ นั่นเอง ซึ่งมีความคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับรถที่ไม่ค่อยได้นำไปขับเพราะอย่าลืมว่าถึงจอดเอาไว้ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมได้ นอกจากนี้เวลานำมาขับก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าหากเกิดอุบัติเหตุแล้วจะไม่มีใครดูแล ความคุ้มครองน่าสนใจแบบนี้ แล้วยังมีค่าเบี้ยประกันที่คุ้มค่าอีกด้วย ยังไงแล้วลองเก็บประกันชั้น 2+ เอาไว้พิจารณาได้นะ

        นอกจากนี้ถ้าจะมองหาประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ราคาคุ้มค่าสำหรับคนขับรถดี ก็สามารถเช็คค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ DriveDee ที่รับรองโดยบริษัทคุ้มภัยโตเกียวมารีนและสัมผัสความเหนือชั้นของประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกัน 2+และ ประกัน 3+ได้เลย หรือโทรสอบถามฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ 02-306-9000 หรือ LineID: @drivedee ถ้าอยากจะเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับเราก่อนหละก็ คลิกเลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน
ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ