ย้อนกลับ
รู้จักกับประกันรถยนต์แต่ละประเภท พร้อมเทคนิคเลือกอย่างไรให้ตรงใจ

รู้จักกับประกันรถยนต์แต่ละประเภท พร้อมเทคนิคเลือกอย่างไรให้ตรงใจ

        การเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหนดี ให้พอเหมาะพอดีกับไลฟ์สไตล์ของเรา ไม่ให้ฟุ่มเฟือย หรือซื้อแพงเกินควร และคุ้มครองไม่น้อยเกินไป เพื่อให้เราอุ่นใจที่สุด คงเป็นอะไรที่ปวดหัวอยู่เหมือนกัน เพราะหลายคนคงไม่รู้ว่าจะใช้อะไรเป็นตัววัด ว่าประกันประเภทไหนเหมาะกับเราจริง ๆ

        วันนี้ DriveDee เพื่อนที่รู้ใจตลอดทุกการเดินทาง ก็มีเช็คลิสต์ให้เพื่อน ๆ มาสำรวจพฤติกรรมของตัวเองแบบง่าย ๆ ว่าควรทำประกันรถยนต์แบบไหนดีที่คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากที่สุด พร้อมแล้วก็ตามมาเช็คไปพร้อม ๆ กันได้เลย

ความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละประเภท

ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี ให้คุ้มครองครอบคลุม

        ก่อนที่จะไปดูว่าไลฟ์สไตล์การขับขี่ของเพื่อน ๆ นั้น เหมาะกับการทำประกันรถยนต์แบบไหนดี DriveDee ขอพาเพื่อน ๆ มาแวะทำความรู้จักกับประกันประเภทต่าง ๆ ก่อน ว่าประกันแต่ละประเภทนั้นครอบคลุมคุ้มครองแค่ไหน จะช้าอยู่ไย ตามไปดูกัน

ความคุ้มครองของประกันชั้น 1

  • คุ้มครองในเกือบทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน ให้ความคุ้มครองครบสุด โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่จากการชนทั้งรถชนรถ และรถชนสิ่งอื่นๆ เช่น โดนชนแล้วหนี อันนี้ประกันชั้น 1 ก็คุ้มครอง หรือถอยรถชนรั้วบ้าน ขับชนฟุตบาท เป็นต้น
  • คุ้มครองกรณี รถสูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม ไม่ต้องกังวลภัยพิบัติ
  • มีค่าประกันตัวเรา (ผู้ขับขี่) ในกรณีขับรถชน และเราเป็นฝ่ายผิดด้วยนะเพื่อนๆ

ข้อเสียของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

  • มีราคาค่อนข้างสูง เพราะความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกกรณี
  • มีการจำกัดอายุของรถที่จะทำประกัน โดยรถของเพื่อน ๆ ต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี

ความคุ้มครองของประกันชั้น 2+ 

ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี ให้คุ้มครองความเสียหาย

  • ค่าเบี้ยประกันถูกกว่าประกันชั้น 1 แต่ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน 
  • คุ้มครองความเสียหายของรถคู่กรณี (ทรัพย์สิน) และค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี (คนขับและผู้โดยสาร) รวมถึงบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ 
  • คุ้มครองความเสียหายของรถเรา ในกรณีรถชนรถเท่านั้น ย้ำ!
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา สำหรับอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยรถชนรั้วบ้าน ขับรถชนข้างทาง หรือขอบฟุตพาท
  • คุ้มครองกรณี รถสูญหาย ไฟไหม้  แต่ไม่คุ้มครองภัยธรรมชาติ
  • มีค่าประกันตัวเรา (ผู้ขับขี่) ในกรณีขับรถชนและเราเป็นฝ่ายผิด

ข้อเสียของประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

  • หากเกิดอุบัติเหตุรถเราจะได้คุ้มครองซ่อมรถเราก็ต่อเมื่อ กรณีรถชนรถเท่านั้น!
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วไม่มีคู่กรณี ประกันภัยก็จะไม่ซ่อมรถเรา แต่จ่ายให้ทรัพย์สินของผู้อื่นที่เสียหาย เช่น ชนเสาไฟ หรือรั้วบ้าน      

ความคุ้มครองของประกันชั้น 3

  • สำหรับผู้เอาประกันจะคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต และบาดเจ็บเท่านั้น แต่จะไม่มีการคุ้มครองตัวรถของผู้เอาประกันไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็คือไม่สามารถเคลมค่าเสียค่าจากตัวรถของผู้เอาประกันได้นั่นเอง
  • สำหรับบุคคลภายนอก ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกาย ยานพาหนะของคู่กรณี รวมถึงรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่เสียหาย

ข้อเสียของประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

  • ไม่คุ้มครองรถยนต์สูญหาย หรือไฟไหม้ ใครชอบจอดรถไว้ที่มืด ที่เปลี่ยวระวังไว้ รถหายเคลมไม่ได้นะจ๊ะ
  • คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้น

ความคุ้มครองของประกันชั้น 3+

  • ประกันชั้น 3+ ความคุ้มครองจะเหมือนกับประกันชั้น 3 ทุกประการ
  • แต่จะมีความคุ้มครองเพิ่มเติม ในส่วนของการเสียหายของตัวรถ ที่ดีกว่าประกันชั้น 3 ธรรมดา โดยเพิ่มความคุ้มครองในการซ่อมทั้งคนที่เราชน และซ่อมรถเราด้วยฟรี ๆ ง่าย ๆ ก็ คือซ่อมทั้งเขา ซ่อมทั้งเรานั่นเอง กรณีที่รถชนรถเท่านั้น

ข้อเสียของประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

  • ประกันชั้น 3+ ไม่คุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือกรณีเกิดเหตุรถคว่ำ หากผู้ขับขี่มีประสบการณ์การขับขี่รถยนต์น้อยก็อาจจะมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุนี้ได้นะ

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี?

        นี่คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย เพราะบางคนอาจจะรู้ไลฟ์สไตล์ตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าประกันรถยนต์ประเภทไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์เหล่านั้น และจะทำประกันรถยนต์แบบไหนดี ซึ่งเราจะบอกว่าความคุ้มครองหลัก ๆ ของประกันรถยนต์ทั่วไปนั้น คือ ความคุ้มครองบุคคลอื่น คุ้มครองรถคันที่เอาประกัน หรืออาจรวมไปถึงรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วมต่าง ๆ

        รู้อย่างนี้แล้วลองพิจารณาการขับขี่ของเพื่อน ๆ เอง ว่าพฤติกรรมของเพื่อน ๆ มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้หรือเปล่า รวมไปถึงการสำรวจตัวเองว่าขับเร็วไหม ชอบขับระยะทางไกลหรือเปล่า รวมไปถึงความถี่ในการใช้รถ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถบอกเพื่อน ๆ ได้ว่าควรจะทำประกันรถยนต์แบบไหนดี

ประกันชั้น 1 เหมาะสำหรับใคร?

มือใหม่หัดขับทำประกันรถยนต์แบบไหนดี?

  • คนที่ถอยรถใหม่ป้ายแดงมาหมาด ๆ ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี ? ประกันชั้น 1 ตอบโจทย์ที่สุด เคลมได้แทบทุกกรณี ตั้งแต่ชนรั้วบ้านไปจนถึงอุบัติเหตุรุนแรง ไฟไหม้ รถหายไม่ต้องห่วง 
  • มือใหม่หัดขับ ยังไม่ชำนาญการ (ไม่เกิน 2 ปี)  เหมาะที่จะทำประกันที่คุ้มครองสูงสุดอย่างประกันชั้น 1
  • ไลฟ์สไตล์ชอบขับรถทางไกลบ่อย ๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัด มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าคนที่ไม่ชอบไปไหนเลย คำถามที่ว่าทำประกันรถยนต์แบบไหนดี ? บอกเลยว่าประชั้น 1 ตอบโจทย์ที่สุด
  • ดื่มแล้วมีแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เว้นแต่ผู้ขับขี่จะมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
  • ประกันไม่คุ้มครองขับรถเร็วโดยมีโดมินิค โทเร็ทโต จาก Fast and Furious เป็นไอดอล ต้องประกันชั้น 1 เท่านั้น
  • บ้านของเพื่อน ๆ อยู่ใกล้กับที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ เช่น บริเวณเกิดไฟป่า หรือน้ำท่วม
  • มีที่จอดรถสุ่มเสี่ยงต่อการถูกขโมยสูง เช่น จอดรถในซอยเปลี่ยว มุมมืดมุมอับ


ประกันชั้น 2+ เหมาะสำหรับใคร?

จอดรถในซอยเปลี่ยวทำประกันรถยนต์แบบไหนดี?

  • ขับขี่มากประสบการณ์แต่ก็ยังต้องการความคุ้มครองอยู่ 
  • คนที่มีรถยนต์เกินอายุที่กำหนด หรือสภาพไม่ได้ตามที่บริษัทประกันระบุไว้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่มากอยู่
  • ถ้าเพื่อน ๆ ชอบขับรถทางไกลต่างจังหวัดไม่บ่อย แต่เป็นเส้นทางเดิมทุกครั้ง หรือเส้นทางที่คุ้นเคย ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? เราขอแนะนำประกันชั้น 2+ ที่ความคุ้มครองน้อยกว่าประกันชั้น 1 เล็กน้อย แต่ค่าเบี้ยถูกกว่า
  • คนที่ใช้รถไม่บ่อย จอดไว้ที่บ้านก็คงไม่ได้ชนกับใคร ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทำประกันชั้น 1 ที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยแพง เพื่อน ๆ อาจลองดูประกันชั้น 2+ ก็ตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์ของเพื่อน ๆ ดีนะ
  • ประกันชั้น 2+ คุ้มครองเฉพาะไฟไหม้จากตัวรถ ไม่รวมภัยธรรมชาติ
  • มีที่จอดรถสุ่มเสี่ยงต่อการถูกขโมยสูง เช่น จอดรถในซอยเปลี่ยว มุมมืดมุมอับ

ประกันชั้น 3 เหมาะสำหรับใคร?

  • ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ใช้รถ ควรทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? DriveDee ขอแนะนำประกันชั้น 3 เลย เพราะถ้าไม่ค่อยได้ใช้รถ ก็เสี่ยงที่จะไปชนกับรถคันอื่นน้อย อาจไม่จำเป็นต้องทำประกันชั้น 1 หรือ ชั้น 2 ที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยสูง และไม่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของเพื่อน ๆ
  • คนขับขี่ที่มากประสบการณ์ มีความชำนาญในการขับสูง ไม่เสี่ยงที่จะขับชนนั่นชนนี่
  • ผู้ที่งบน้อย และต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทรัพย์สินบุคคลอื่นเสียหาย หรือ ร่างกายบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ

ประกันชั้น 3+ เหมาะสำหรับใคร?

  • ผู้ที่งบน้อย แต่มากประสบการณ์ ควรทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? เราขอแนะนำประกันชั้น 3+ เพราะคุ้มครองแต่อุบัติเหตุรถชนกับรถเท่านั้น และประกัน 3+ จะคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของการเสียหายของตัวรถกรณีรถชนรถ ดีกว่าประกันชั้น 3 ธรรมดา 
  • พ่อบ้านแม่บ้านที่อยู่ติดบ้านเป็นประจำ ไม่ค่อยได้ใช้รถสักเท่าไหร่ นาน ๆ จะขับออกไปที แบบนี้ประกันชั้น 3+ ก็ถือว่าเหมาะกับเพื่อน ๆ ที่สุด เพราะจอดรถไว้ที่บ้านคงไม่ได้ชนกับใครเป็นแน่

ประกันชั้น 3+ เหมาะสำหรับใคร?

  • ผู้ที่งบน้อย แต่มากประสบการณ์ ควรทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? เราขอแนะนำประกันชั้น 3+ เพราะคุ้มครองแต่อุบัติเหตุรถชนกับรถเท่านั้น และประกัน 3+ จะคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของการเสียหายของตัวรถกรณีรถชนรถ ดีกว่าประกันชั้น 3 ธรรมดา 
  • พ่อบ้านแม่บ้านที่อยู่ติดบ้านเป็นประจำ ไม่ค่อยได้ใช้รถสักเท่าไหร่ นาน ๆ จะขับออกไปที แบบนี้ประกันชั้น 3+ ก็ถือว่าเหมาะกับเพื่อน ๆ ที่สุด เพราะจอดรถไว้ที่บ้านคงไม่ได้ชนกับใครเป็นแน่

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี?

       เดินทางมาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ ก็คงมีประกันรถยนต์ในใจแล้วสินะ DriveDee หวังว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รวบรวมมา คงตอบคำถามที่ว่าเพื่อน ๆ ควรทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? ให้คุ้มค่า และเหมาะกับไลฟ์สไตล์

       หากใครรู้แล้วว่าต้องทำประกันรถยนต์แบบไหนถึงจะดี และเหมาะกับตัวเอง แต่ยังไม่ชัดจุใจ สายงบน้อยเบี้ยน้อย ก็ไปตามอ่านกันได้ที่ สุดเจ๋ง! ประกันรถยนต์ผ่อนได้แบบสบายกระเป๋า มนุษย์เงินเดือนถูกใจสิ่งนี้

       หรือใครจ่ายไม่ไหวกับประกันชั้น 1 ลองเปิดใจกับประกันชั้น 2+ ในบทความนี้ก็ได้นะ เอาใจสายเซฟ! ประกันชั้น 2+ คุ้มครองทุกความปลอดภัย อุ่นใจในราคาประหยัด ส่วนใครชัดเจนกับความต้องการของตัวเองแล้ว ก็ตาม DriveDee ไปเช็คเบี้ยประกันได้ง่าย ๆ เลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

       สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่องประกันรถยนต์ และไม่รู้ว่าจะต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ และอยากได้ข้อมูลเรื่องวิธีต่อประกันรถให้ได้เบี้ยถูก สามารถอ่านบทความของเราได้เลย เราเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วนไว้ให้หมดแล้ว

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ