ย้อนกลับ
ชนแล้วเคลียร์ไม่เสียเวลา กับโครงการชนแล้วแยก (Knock for Knock)

ชนแล้วเคลียร์ไม่เสียเวลา กับโครงการชนแล้วแยก (Knock for Knock)

        รถชนทีไรใครๆ ก็รู้ว่าเสียเวลามากมาย บางครั้งครึ่งค่อนวัน แทนที่จะได้ทำงานเป็นต้องลา ทำธุระเป็นต้องยกเลิก อย่าเพิ่งเซ็ง DriveDee มีสิ่งที่ช่วยเพื่อนๆได้ เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงเคยได้ยินโครงการ “Knock for Knock” หรือ โครงการชนแล้วแยก กันมาบ้างแล้ว เพราะโครงการนี้มีมาตั้งแต่ปี 2556 แต่หลายคนยังไม่เคยใช้เลย บางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเอกสาร Knock for Knock แนบอยู่กับกรมธรรม์ประกันชั้น 1 ของเพื่อนๆด้วย หรือว่าอาจจะเคยเห็นแต่ไม่กล้าใช้ มีความกังวลว่า เดี๋ยวกรอกเอกสารผิด ทำผิดขั้นตอน เกิดเคลียร์เองไปแล้วคดีพลิกจะทำยังไง วันนี้ DriveDee จะพาไปรู้จักโครงการ “Knock for Knock” กันให้ดีมากขึ้น พร้อมขั้นตอนแบบละเอียด เพื่อคลายความกังวล เพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลาในการเคลมไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่เคลม จัดการได้ใน 3 ขั้นตอน กรอก-แลก-แยกย้าย แล้วยังช่วยลดปัญหารถติดดีต่อเพื่อนร่วมทางไปอีก

ใครใช้ Knock for Knock ได้บ้าง?

ไม่ต้องเสียเวลาด้วยโครงการชนแล้วแยก (Knock for Knock)

        ไม่ใช่ว่ารถทุกคันจะเข้า โครงการ “Knock for Knock” ได้นะ รถที่จะเข้าร่วมโครงการทั้งคู่จะต้องเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถตู้ และมีเอกสารชนแล้วแยก หรือ Knock for Knock form ที่สำคัญต้องทำประกันชั้น  1 กันทั้งคู่ มีกันรึยังเอ่ย ถ้ายังไม่มีแล้วสนใจจะทำประกันชั้น 1หละก็ ลองเช็คเบี้ยกับ DriveDee ก่อนได้เลย เค้ารับประกันภัยโดย บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้าร่วมโครงการได้แน่นอน หรือลองสังเกตได้ง่ายๆ คือดูในเอกสารกรมธรรม์สิว่า มีเอกสาร Knock for Knock form หรือเอกสารชนแล้วแยก และสติ๊กเกอร์สีฟ้าอักษรตัว K แนบอยู่หรือไม่ ถ้ามีรถของเพื่อนๆ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้นั่นเอง

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

ชนแล้วต้องทำอย่างไร?

        ใจเย็นๆ ถึงชื่อโครงการจะเป็นชนแล้วแยก แต่อย่าเพิ่งแยกในทันที ต้องทำตามขั้นตอนนี้กันก่อน

1.ตกลงกันได้ว่าฝ่ายไหน เป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือเป็นการประมาทร่วม ซึ่งก็น่าจะเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด แต่บางอุบัติเหตุก็สามารถเห็นได้ชัดว่าฝ่ายไหนผิด เช่น โดนชนท้าย หรือถ้าเห็นว่าท่าไม่ดีเคลียร์ไม่ได้หละก็ โทรแจ้งประกันจะดีกว่านะ ส่วนถ้าเคลียร์ได้สถานการณ์มีฝ่ายผิดชัดเจนหละก็ ไปต่อข้อต่อไปเลย

2.ถ่ายภาพระยะไกลเพื่อให้เห็นภาพรวมของอุบัติเหตุ และถ่ายภาพในระยะใกล้ทุกด้านของรถเพื่อให้เห็นความเสียหายอย่างละเอียด รวมถึงรูปที่เห็นทะเบียนของคู่กรณีอย่างชัดเจน หากมีหลักฐานจากกล้องหน้ารถด้วยจะทำให้ประเมินความผิดได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

3.เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสารตรวจเช็ครายละเอียดที่ระบุไว้ในเอกสารชนแล้วแยกของคู่กรณีว่าตรงกับเอกสารที่คู่กรณีมีรึเปล่า ซึ่งประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

เอกสารชนแล้วแยก (Knock for Knock form)

  • บริษัทประกันภัยต้องตรงกันทั้งในกรมธรรม์ และเอกสารชนแล้วแยก โดยสังเกตได้ที่หัวกระดาษจะมีชื่อของบริษัทรับประกันภัยระบุไว้
  • ชื่อ-ที่อยู่ของผู้เอาประกันที่ระบุในเอกสารชนแล้วแยก ตรวจเช็คว่าตรงกับที่ระบุไว้ในกรมธรรม์หรือไม่
  • เลขที่กรมธรรม์ โดยขอดูกรมธรรม์ที่คู่กรณีมีเพื่อเช็คในส่วนของเลขที่กรมธรรม์และอย่าลืมเช็คเพื่อความแน่ใจว่าคู่กรณีเป็นประกันชั้น 1 รึเปล่า ข้อนี้สำคัญมาก พลาดไม่ได้เลยนะเพื่อนๆ
  • วันหมดอายุของเอกสาร ดูเทียบกับวันที่เกิดอุบัติเหตุ หากเอกสารหมดอายุแล้วจะไม่สามารถใช้เคลมได้
  • ยี่ห้อของรถที่ระบุไว้ในเอกสารชนแล้วแยกต้องตรงกับรถของคู่กรณี
  • เลขทะเบียนอันนี้สำคัญมาก โดยเลขทะเบียนที่ระบุไว้ต้องตรงกับที่ติดอยู่กับรถของคู่กรณีทั้งข้างหน้าและหลัง
  • เลขตัวถังส่วนนี้ถ้าเป็นไปได้ขอดูที่ระบุไว้บนรถ หรือสามารถดูได้ที่เล่มทะเบียนรถของคู่กรณี

4.ในส่วนสำหรับผู้ขับขี่กรอกข้อความในเอกสารชนแล้วแยก ให้กรอกข้อมูลของผู้ขับขี่จริงซึ่งไม่จำเป็นต้องตรงกับชื่อผู้เอาประกันก็ได้ แต่ผู้ขับขี่จะต้องเป็นคนนำรถเข้าซ่อมเท่านั้น กรอกเลขทะเบียนของคู่กรณีให้ถูกต้อง รวมถึงวันและเวลาที่เกิดเหตุ และอย่าลืมส่วนสำคัญที่ต้องตกลงกันให้ดีว่าฝ่ายไหนถูก ผิด หรือประมาททั้ง 2 ฝ่าย หากอีกฝ่ายหนึ่งถูก อีกฝ่ายหนึ่งต้องทำเครื่องหมายในช่องผิด อย่าลืมว่าจะถูกทั้งคู่ไม่ได้นะ ตรงนี้ต้องตรวจเช็คดีๆ กันทั้ง 2 ฝ่ายเลย จุดสำคัญอีกจุดที่ลืมไม่ได้เลยคือการลงชื่อยืนยันท้ายเอกสาร และเพื่อความชัวร์ขอถ่ายรูปใบขับขี่ของคู่กรณีและขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อเอาไว้ด้วยนะเพื่อนๆ

5.ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและแลกเอกสารกันเรียบร้อยแล้ว ก็แยกย้ายกันได้เลย จะได้ไม่กรีดขวางทางจราจร รถไม่ติด ไม่เสียเวลากันทั้งตัวเพื่อนๆเอง คู่กรณี และเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆที่ใช้รถใช้แถนนอยู่บริเวณนั้น

6.ติดต่อไปที่บริษัทประกันภัยของเพื่อนๆ เพื่อเปิดเคลม และรับเลขรับแจ้ง แล้วนำรถเข้าเคลมที่ศูนย์หรืออู่ที่สะดวก และส่งเอกสารชนแล้วแยกให้กับบริษัทประกัน หากเพื่อนๆซื้อประกันของ DriveDee ก็สามารถติดต่อที่ฝ่ายเคลมของ โตเกียวมารีนประกันภัย ได้ที่เบอร์ 02-6868616 กด 4 พร้อมดูแลทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

        ทีนี้ก็หายกังวลกันได้แล้ว เพราะขั้นตอนก็ไม่ยากอย่างที่คิดหรือหากยังไม่แน่ใจในขั้นตอน สามารถโทรหาฝ่ายเคลมให้ฝ่ายเคลมแนะนำก่อนเขียนเอกสารก็ได้นะ ถ้ามีหลักฐานชัดเจนหละก็ ไม่ต้องกังวลเรื่องคดีพลิกหลังเคลียร์อย่างแน่นอน สิ่งสำคัญที่เพื่อนๆ ต้องไม่ลืมก่อน แลกเอกสารก็คือมั่นใจว่าใช้ประกันชั้น 1 กันทั้งคู่

        นอกจากนี้ถ้าจะมองหาประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ราคาคุ้มค่าสำหรับคนขับรถดี ก็สามารถเช็คค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ DriveDee ที่รับรองโดยบริษัทโตเกียวมารีนและสัมผัสความเหนือชั้นของประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกัน 2+ และ ประกัน 3+ได้เลย โดยสามารถโทรสอบถามฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ 02-306-9000  หรือ Line ID: @drivedee หรือเช็คเบี้ยออนไลน์ก็คลิกเลย!

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์วันนี้ รู้ผลทันที

เช็คเบี้ยประกัน

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

บริษัท โตเกียวมารีนอินชัวรันส์โบรกเกอร์ จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ห้อง 4012
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

Reg. No: 0105558055510

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

02-306-9000

ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 09.00 น. - 18.00 น.

ติดต่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ติดต่อบริการด้านการเคลม

02-6868616 กด 4

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ช.ม.

แจ้งเหตุขัดข้องในการใช้งานเว็บไซต์

02-306-9000

info@tokiomarine.co.th

ให้เราติดต่อกลับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

โทร 02-306-9000

ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเราแนะนำ

หรือฝากข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้เลย

ช่วงเวลาที่สะดวกในการติดต่อ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ทางเรารีบจะดำเนินติดต่อกลับในช่วงเวลาที่คุณระบุ